โรคเบาหวานคืออะไร ทำไมต้องรักษา

จากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกายพบว่าความชุกของโรคเบาหวานในประชากรไทยอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.9 ในปีพ.. 2547 เป็น ร้อยละ 8.8 ในปีพ.. 2557  และพบว่าผู้หญิงเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 9.8 ในขณะที่ผู้ช้ายเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 7.8    กลุ่มอายุ 60-69 ปี พบว่ามีความชุกของโรคเบาหวานสูงที่สุด (ร้อยละ 15.9 ในผู้ชาย และร้อยละ 21.9 ในผู้หญิง)

จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียน 3.3 ล้านคน ในปี 2563 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานทั้งหมด 16,388 คน (อัตราตาย 25.1 ต่อประชากรแสนคน)

 

โรคเบาหวานหรือ Diabetes Mellitus คืออะไร???

โรคเบาหวาน คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ หมายถึง เมื่อเรารับประทานอาหารแล้ว กระเพาะอาหารและลำไส้ก็จะดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย หลังระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ในคนปกติตับอ่อนจะสร้างอินซูลิน เพื่อออกฤทธิ์นำน้ำตาลไปใช้ แต่ในคนไข้เบาหวานจะเกิดความปกติของอินซูลิน ไม่ว่าจะเป็นการขาดอินซูลิน (เบาหวานชนิดที่ 1) หรือการดื้ออินซูลิน (เบาหวานชนิดที่ 2) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ

เบาหวานชนิดที่ 2 ในปัจจุบันพบว่ามีความผิดปกติของอวัยวะหลายชนิดที่มีความเกี่ยวข้องได้แก่ สมอง ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ไต เซลล์ไขมัน และกล้ามเนื้อ (ต่างจากในสมัยก่อนที่เราคิดว่าเกิดจากตับอ่อนสร้างอินซูลินผิดปกติเพียงอย่างเดียว) ความรู้ที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบันได้นำไปสู่การพัฒนายารุ่นใหม่ๆที่สามารถออกฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลได้ดีขึ้น

  1. เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากการขาดอินซูลิน มักพบในผู้ป่วยอายุน้อย สาเหตุเกิดจากภูมิแพ้ตัวเองไปทำลายตับอ่อนทำให้ขาดอินซูลิน ผู้ป่วยจะมีภาวะเลือดเป็นกรด มีอาการคลื่นไส้อาเจียน หอบเหนื่อย (Diabetic ketoacidosis) การรักษาจำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลิน
  2. เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นคนไข้ที่พบได้มากที่สุดในปัจจุบัน โดยสาเหตุของการเกิดเบาหวานพบว่ามีกลไกเกี่ยวข้องกับอวัยวะมากมายในร่างกาย ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้แก่ พันธุกรรม อายุ น้ำหนักตัว พฤติกรรมการรับประทานอาหารและการขาดการออกกำลังกาย โดยในผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของสาเหตุ และระดับความรุนแรงของการเป็นเบาหวาน
  3. เบาหวานที่เกิดจากโรคต่างๆ พบเป็นส่วนน้อย
  4. เบาหวานขณะตั้งครรภ์ เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงจากการตั้งครรภ์กระตุ้นให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินมากขึ้น มักพบในกลุ่มผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเป็นเบาหวานสูงกว่าคนทั่วไปเช่น มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน มีน้ำหนักเกิน อายุขณะตั้งครรภ์มากกว่า 35 ปี

ทำไมต้องรักษาเบาหวาน???

คนไข้จำนวนมากมีความเข้าใจผิดว่าหากเป็นเบาหวานไม่มีอาการ แสดงว่าไม่จำเป็นต้องรักษา ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ ข้อเท็จจริงก็คือระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ ส่งผลต่อการอักเสบของหลอดเลือดแดงอยู่ตลอดเวลา

ให้นึกภาพท่อน้ำ หากน้ำในท่อสกปรกมากย่อมมีโอกาสเกิดท่อตันได้ง่ายใช่ไหมคะ เส้นเลือดแดงของเราก็เช่นเดียวกัน หากน้ำตาลในเลือดของเราสูง เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมทำให้เกิดเส้นเลือดแดงตีบตันได้ทุกจุด และนำไปสู่การเกิดการขาดเลือดไปเลี้ยง หากเป็นอวัยวะที่สำคัญเช่น หัวใจ และ สมอง ย่อมทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมองตามมา

นอกจากนี้โรคเบาหวานยังนับเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำเกิดภาวะไตวายเรื้อรังและจำเป็นต้องฟอกไต ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้มักเกิดตามหลังเบาหวานอย่างน้อย 5-10 ปี

ดังนั้นการรักษาเบาหวานเพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงปกติมากที่สุดจึงลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนในอนาคต

ตัวอย่างโรคแทรกซ้อนระยะยาวจากเบาหวาน

เบาหวานขึ้นจอประสาทตา

*Nature Reviews Endocrinology volume 17, pages195–206 (2021)

ปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน

*ICPR family practice

แผลที่เท้าจากเบาหวาน

*University of Foot & Ankle institute

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

*Cleveland clinic

โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

การควบคุมเบาหวานให้อยู่ในระดับที่ดี ช่วยป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนในอนาคต และทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปัจจุบันยารักษาเบาหวานมีการพัฒนาขึ้นมาก การใช้ยาร่วมกับการคุมอาหารอย่างถูกวิธีช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ง่ายขึ้นและอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุขค่ะ