ฮอร์โมนข้ามเพศ @คลินิกฮอร์โมน

ฮอร์โมนข้ามเพศ @คลินิกฮอร์โมนข้ามเพศ

ฮอร์โมนข้ามเพศคืออะไร

การใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ คือการใช้ฮอร์โมนเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาวะร่างกายให้เป็นไปตามที่เพศสภาพที่ต้องการ เช่นการเปลี่ยนจากเพศกำเนิดที่เป็นชายไปเป็นหญิง หรือการเปลี่ยนจากเพศกำเนิดที่เป็นหญิงไปเป็นชาย

ก่อนใช้ฮอร์โมน

ก่อนเริ่มใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ แพทย์จะต้องทำการซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน *ไม่แนะนำให้ซื้อฮอร์โมนมาใช้เองนะคะ*

ใครบ้างที่ห้ามใช้ฮอร์โมน

  1. ห้ามใช้ Testosterone
ผู้ที่มีประวัติหรือมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งมดลูก มีปัญหาเรื่องเส้นเลือดหัวใจ มีปัญหาตับอักเสบรุนแรง มีเลือดข้นมาก
  1. ห้ามใช้ Estrogen
ผู้ที่มีประวัติหรือมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม ผู้ที่มีประวัติหรือมีความเสี่ยงเป็นโรคลิ่มเลือดดำอุดตัน ผู้ที่มีประวัติเป็นเนื้องอกในต่อมใต้สมองชนิด Prolactinoma โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง *ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดี และไขมันในเลือดสูง ควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มยา  

การใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ แพทย์จะแยกการประเมินเป็น 2 กลุ่มคือ

1.หากผู้ที่ต้องการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศเป็นกลุ่มที่ยังไม่เข้าสู่วัยรุ่น จะมีประโยชน์ในแง่ที่จะป้องกันการเปลี่ยนการแสดงออกทางเพศเป็นลักษณะที่ไม่ต้องการได้ เช่น ในกลุ่ม หญิงข้ามเพศ จะป้องกันการพัฒนาทางเพศไปเป็นชายได้ โดยหากเป็นกลุ่มที่ยังไม่เข้าสู่วัยรุ่น จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นก่อนเข้ารับการรักษา และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนได้รับฮอร์โมนค่ะ โดยแพทย์จะให้ยากลุ่ม GnRH analog เพื่อหยุดการพัฒนาการแสดงออกทางเพศ และให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ร่วมกับการให้ยาต้านเทสโทสเตอโรน เพื่อกระตุ้นให้มีการแสดงออกทางเพศเป็นหญิงในกลุ่ม หญิงข้ามเพศ (Trans Female) และให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เพื่อกระตุ้นให้มีการแสดงออกทางเพศเป็นชายในกลุ่ม ชายข้ามเพศ (Trans Male)   2.หากผู้ที่ต้องการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศมีการพัฒนาลักษณะทางเพศสมบูรณ์แล้ว การใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ มักจะต้องใช้ร่วมกับการรักษาด้านอื่นเช่นการผ่าตัดร่วมด้วย โดยคร่าวๆ คือการใช้ฮอร์โมนเพศหญิงร่วมกับการให้ยาต้านเทสโทสเตอโรน เพื่อกระตุ้นให้มีการแสดงออกทางเพศเป็นหญิงในกลุ่ม หญิงข้ามเพศ (Trans Female) และให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เพื่อกระตุ้นให้มีการแสดงออกทางเพศเป็นชายในกลุ่ม ชายข้ามเพศ (Trans Male) โดยจะต้องมีการประเมินเฉพาะในแต่ละรายเพื่อปรับขนาดฮอร์โมน  

ชนิดและขนาดของฮอร์โมนที่ใช้

Trans Male ชายข้ามเพศ

Trans Female หญิงข้ามเพศ

ต้องใช้ฮอร์โมนนานแค่ไหนถึงจะมีการเปลี่ยนแปลง

 
การเปลี่ยนแปลงหลังเริ่มใช้ฮอร์โมน
  ในกลุ่มชายข้ามเพศ จะเริ่มเห็นตั้งแต่ 1-3 เดือน ผิวจะมันขึ้น ประจำเดือนหายไป มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น เสียงทุ้มขึ้น หลัง 3 เดือน จะเริ่มมีหนวดเครา และขนตามตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามการใช้ฮอร์โมนในกลุ่มชายข้ามเพศ ถ้าเริ่มใช้หลังเข้าสู่วัยรุ่นแล้วการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอาจจะไม่สามารถพัฒนาไปจนเหมือนเพศชายแต่กำเนิดได้ทั้งหมดค่ะ ทั้งนี้ผลการตอบสนองต่อฮอร์โมนต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนจะไม่เท่ากันนะคะ   ในกลุ่มหญิงข้ามเพศ จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 1-3 เดือนหลังเริ่มฮอร์โมน ได้แก่สรีระรูปร่างเปลี่ยนแปลง สัดส่วนไขมันเพิ่มขึ้น ผิวนุ่มขึ้น เริ่มมีเต้านม แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงบางอย่างจะไม่สามารถพัฒนาไปจนเหมือนเพศหญิงแต่กำเนิดได้ทั้งหมด 100% เช่น เต้านม จะต้องใช้การผ่าตัดร่วมด้วย และเสียงที่อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
ตารางแสดงการเปลี่ยนแปลงและระยะเวลาหลังเริ่มใช้ฮอร์โมนในแต่ละกลุ่ม
  *J Clin Endocrinol Metab, November 2017, 102(11):3869–3903

ข้อควรระวังในการใช้ฮอร์โมน

การใช้ฮอร์โมนทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจน และ เทสโทสเตอโรน ควรมีการติดตามให้ระดับฮอร์โมนอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดปัญหาผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ฮอร์โมนเพศ   นอกเหนือไปจากการใช้ฮอร์โมน แพทย์จะให้คำแนะนำในการติดตามดูแลรักษาด้านอื่นๆที่จำเป็น เช่น แนะนำให้ผ่าตัดเต้านม และผ่าตัดมดลูก/รังไข่ ในกลุ่มชายข้ามเพศ และแนะนำผ่าตัดแปลงเพศในช่วงที่เหมาะสม   โดยหากได้รับการผ่าตัดแปลงเพศ หรือผ่าตัดรังไข่แล้ว ห้ามหยุดใช้ฮอร์โมนเนื่องจากจะมีผลต่อกระดูก และผลเลือดอื่นๆได้ค่ะ   ควรปรึกษาแพทย์เพื่อผลการใช้ฮอร์โมนอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยนะคะ @solanaclinic